• Thu. Oct 22nd, 2020

สมัครงานต้องได้งาน

สมัครงาน

ถ้าคุณตกงานกำลังไม่มีงานทำ อยากได้งานกันอยู่ เราขอแนะนำการสมัครงาน ขั้นเทพ ที่ตรงประเด็นของประกอบการ โดยเฉพาะกับผู้ที่เพิ่งจบมาใหม่ ๆ คำตอบที่ต้องการ คือ “งานที่ได้ทำ”

บางคนตกงาน หางานเพียงไม่กี่วัน ก็ได้ทำงานแล้ว แต่สำหรับบางคนเดินเตะฝุ่นเป็นปี ๆ ยังหางานทำไม่ได้ ลองอ่านเทคนิคการหางาน ของผู้มากประสบการณ์ในการสมัครงาน เพื่อเป็นทางออกของนักศึกษาจบใหม่ หรือผู้ที่กำลังหางานอยู่ เพื่อให้ได้งานอย่างแน่นอน

การ สมัครงาน ต้องเริ่มที่ “ฝ่ายบุคคล” หรือ “HR” ก่อนเป็นอันดับแรก

ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ชื่อ-นามสกุล ส่วนสูง-น้ำหนัก ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ (ถ้ามี) หรือ “เรซูเม่” เป็นเรื่องแรกที่ทางฝ่ายบุคคลต้องการ เป็นเอกสารสำคัญมันไม่ใช่แค่เอกสารที่บอกเพียง ชื่อ-นามสกุล ส่วนสูง น้ำหนัก และจบมาจากที่ไหน หรืออื่น ๆ แต่สิ่งที่เขาอยากได้ คือ คุณได้อะไรมาจากการศึกษาบ้าง และคุณมีอะไรมากกว่า หรือเหนือกว่าคนอื่นอย่างไร มีประโยชน์กับงานที่สมัครหรือไม่คุณได้พัฒนาตัวเองอย่างไรบ้าง ได้ไปฝึกงานจากที่ไหนหรือไม่ หาความรู้เพิ่มเติมในด้านที่คุณสนใจมากน้อยแค่ไหน แล้วการฝึกงานนั้นคุณได้อะไรมาบ้าง ที่สำคัญองค์กรของเราจะได้อะไรจากคุณบ้าง ในการไปฝึกงานมา

ยุคสมัยนี้องค์กรใหญ่ ๆ เขาไม่ต้องการเด็กจบใหม่ที่ทำ “กิจกรรม” เก่ง ๆ แล้ว เพราะกิจกรรมไม่ได้ช่วยบอกอะไรมากนัก วิธีคิดของเด็กสมัยใหม่ เปลี่ยนไปแล้ว กิจกรรม ไม่ได้หมายความว่า ผู้สมัครจะสามารถทำงานเป็นทีม หรือเป็นตัวของตัวเองได้เสมอไป

การใช้ภาษาหรือแบบฟอร์มแบบเดิม มันไม่น่าสนใจ การเขียนเรซูเม่ ที่ใช้ภาษาอย่างเป็นจริง เป็นจัง บ่งบอกความมุ่งมั่นของผู้สมัคร ดูเหมือนว่ามันเก่าไปแล้ว เพราะมันไม่ได้บอกอะไรที่พิเศษเกี่ยวกับตัวคุณเลย โดยเฉพาะมันไม่ได้บอกให้เรารู้เลยว่า คุณมีดีอะไรซ่อนอยู่

องค์กรส่วนใหญ่ต้องการทราบทัศนคติมากกว่า สมัยนี้ในการเลือกคน คือ เราเชื่อว่างานนั้นสามารถสอนได้ แต่วิธีคิด ทัศนคติ นี่สอนยากหว่า หรืออาจสอนไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณมีทัศนคติหรือวิธีคิดที่ดีอยู่แล้ว มันก็ได้เปรียบอย่างเห็น ๆ เพราะองค์กรจะไม่กลัวคนที่ไม่เก่ง ไม่เชี่ยวชาญในงานอาชีพ เพราะถือว่าสอนได้ไม่ยาก

ต้องทำให้มันโดนใจมากที่สุด บางคนเขียนเรซูเม่มาน่าสนใจ เชื่อไหมเขาไม่เขียนประวัติตัวเองเลย บอกเพียงชื่อ ชื่อเล่น และเบอร์ติดต่อ แล้วก็เล่าเรื่องที่เคยไปทำมา แถมมีรูปถ่ายมาให้ดูเสียด้วย ซึ่งภาพถ่ายเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวกับงานที่สมัคร หรืองานกราฟิกอะไรเลย แต่สิ่งที่เขาเล่ามันบ่งบอกอยู่ชัด ๆ ว่าเขาได้อะไรมาจากการลงมือทำในสิ่งนั้น ๆ มามากกว่า